แทงบอลไมนซ์

ตลาดซัมเมอร์ยังคงเป็นตลาดซื้อขายนักเตะช่วงสำคัญที่สุดของทีมพรีเมียร์ลีกและลาลีกา แต่ไม่ใช่บุนเดสลีกาที่ปีนี้เงียบเชียบสุดๆ แม้กระทั่ง บาเยิร์น มิวนิค

อย่างที่ทราบกันดีว่า บรรดาทีมเยอรมนียังคงพยายามรักษาเพดานค่าตัวเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ หลังจาก พรีเมียร์ลีก, ลาลีกา, ลีกเอิง และ กัลโช่ เซเรีย อา ทำลายเพดานจนหลุดกรอบออกไปเยอะแล้ว

 

ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง ทีมเงินถังหนึ่งเดียวของฝรั่งเศส จ่ายค่าตัวเป็นสถิติแพงสุดในโลกของ เนย์มาร์ 222 ล้านยูโร เมื่อปีก่อน และจ่ายอีก 135 ล้านยูโรซื้อขาด คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ในปีนี้

บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ของสเปน จ่าย 120 ล้านยูโรเป็นค่าตัวของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เมื่อเดือนมกราคม ก่อนหน้านั้นก็เจียด 105 ล้านยูโรซื้อ อุสมาน เดมเบเล่ มาก่อนแล้วไม่กี่เดือน ซึ่งเป็นสถิติขายออกแพงที่สุดของบุนเดสลีกาจนถึงเวลานี้ด้วย

 

ลิเวอร์พูล ก็จ่ายหนัก 84.5 ล้านยูโรดึงตัว เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เมื่อต้นปี หลังจากนั้นก็จัดอีก 62.5 ล้านยูโรเป็นค่าตัวของ อาลิสซอน เบ็คเกอร์ ซึ่งทุ่มสถิติค่าตัวแพงสุดตำแหน่งผู้รักษาประตูในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่ เชลซี จะทำลายลงโดยการจ่ายฉีกสัญญา เกปา อาร์ริซาบาลาก้า 80 ล้านยูโร

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการเซ็นสัญญาใหญ่ๆ ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมาเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าในบรรดา 50 นักเตะค่าตัวแพงสุดในโลกจนถึงเวลานี้ ไม่มีทีมจากบุนเดสลีกาเป็นหนึ่งในนั้นเลย

แล้วสถิติค่าตัวแพงสุดในบุนเดสลีกาอยู่ที่เท่าไหร่?

คำตอบคือ 41.5 ล้านยูโรที่ บาเยิร์น มิวนิค จ่ายให้ โอลิมปิก ลียง เป็นค่าตัวของ โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ เมื่อปีที่แล้ว

 

ค่าตัวของ โตลิสโซ่ เทียบไม่ได้กับ 4 ลีกใหญ่ และยังเป็นรองแม้กระทั่ง ไชนีส ซูเปอร์ลีก ที่ติด ‘ท็อป 50’ สามคนคือ ออสการ์ 61 ล้านยูโร, ฮัลค์ 55.8 ล้านยูโร และ อเล็กซ์ เตเซร่า 49.5 ล้านยูโร

ในแง่ศักยภาพทีม แน่นอนว่า หากตัด บาเยิร์น มิวนิค ทิ้งไป ทีมอื่นๆ อย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, ชาลเก้ 04, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น รวมถึง แอร์เบ ไลป์ซิก ดูเหมือนจะก้าวตามทีมจาก พรีเมียร์ลีก, ลาลีกา, ลีกเอิง และ กัลโช่ เซเรีย อา ห่างออกไปอีกเล็กน้อย

แต่ในแง่สถานะทางการเงินของสโมสร บุนเดสลีกา วางรากฐานได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคงทีเดียว

กลับมาที่เรื่องตลาดซื้อขายอีกครั้ง ในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้กระทั่งสายเปย์อย่าง บาเยิร์น ก็ยังเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ไปต่อกรกับยักษ์ใหญ่ของลีกอื่นๆ หลังจากเซ็นล่วงหน้า เลออน โกเรตซ์ก้า มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมนีจาก ชาลเก้ 04 แบบไม่มีค่าตัวอยู่ก่อนแล้ว

 

และหากไม่นับการตกลงคว้าตัวล่วงหน้า อัลฟอนโซ่ เดวี่ส์ ปีกดาวรุ่งทีมชาติแคนาดาของ แวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์ ในเดือนมกราคมปีหน้า หมายความว่า บาเยิร์น ยังไม่ได้ควักกระเป๋าจ่ายเลยแม้แต่แดงเดียวในตลาดซัมเมอร์นี้ แถมยังขายขาด ดั๊กลาส คอสต้า ค่าตัว 40 ล้านยูโร และปล่อย อาร์ตูโร่ วีดาล ได้อีก 18 ล้านยูโร

ผิดกับปีก่อนที่อย่างน้อยๆ ก็ต้องทุ่มเงินเสริมทัพ 1-2 คน อย่างในปี 2015 อาร์ตูโร่ วีดาล 37 ล้านยูโร กับ ดั๊กลาส คอสต้า 30 ล้านยูโร, ปี 2016 มัทส์ ฮุมเมิลส์ 38 ล้านยูโร กับ เรนาโต้ ซานเชส 35 ล้านยูโร และปีที่แล้วหนักๆ คือ โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ 41.5 ล้านยูโร กับซื้อขาด คิงสเลย์ โกมัน 21 ล้านยูโร

ถ้าปีนี้ บาเยิร์น ยังไม่ได้ใช้จ่ายเลย แล้วการเสริมทัพค่าตัวแพงสุดในบุนเดสลีกาช่วงซัมเมอร์ 2018 จนถึงเวลานี้เป็นของใคร?

คำตอบคือ อับดู ดิยาลโล่ เซนเตอร์แบ็กชาวฝรั่งเศสที่ ดอร์ทมุนด์ ซื้อจาก ไมนซ์ ค่าตัวคาดว่าอยู่ที่ 28 ล้านยูโร หลังจาก ไมนซ์ ไปสอยมาจาก โมนาโก เพียง 5 ล้านยูโร ได้แค่ปีเดียว

 

อันดับสองคือ อลาสซาเน่ เปลอา ศูนย์หน้าชาวฝรั่งเศสที่ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ใช้เงินไป 23 ล้านยูโรซื้อมาจาก นีซ และอันดับสามเป็นของ ดอร์ทมุนด์ ทั้งคู่ อักเซล วิตเซล กับ โธมัส เดลานี่ย์ สองกองกลางค่าตัว 20 ล้านยูโรเท่ากัน

หาก บาเยิร์น หยุดเสริมทัพหนักๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าทีมอย่าง ดอร์ทมุนด์, ชาลเก้, เลเวอร์คูเซ่น หรือ ไลป์ซิก จะไต่ขึ้นมาเทียบชั้นได้ เพราะขุมกำลังเดิมที่มีอยู่ของ เสือใต้ ยังคงแข็งโป๊ก แถมยังได้นายใหม่ นิโก้ โควัช เข้ามาปรับระบบและปลุกเร้าทีมตามแนวทางของตัวเองด้วย

แต่ถึงกระนั้น เวลานี้ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า บาเยิร์น มิวนิค จะไม่ใช้จ่ายสตุ้งสตางค์เสริมทัพเลย เพราะตลาดซื้อขายบุนเดสลีกายังเปิดทำการไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม เหมือนเดิม

สมัครสมาชิก